บทความ > แม่มะลิ

แม่มะลิ


ข้าวหอมมะลิ สุดยอดข้าวไทย ผลงานชิ้นเอก ของ ดร.สุนทร สีหะเนิน ข้าวตราฉัตร ภูมิใจเสรอ ภาพยนตร์สารคดี ที่มาของข้าวขาวดอกมะลิ 105 จากดร.สุนทร สีหะเนิน ผู้ค้นพบพันธุ์ข้าวขาวดอกมะลิ 105

ข้าวคือจิตวิญญาณ

ดร.สุเมธ  ตันติเวชกุล ประธานกรรมการมูลนิธิข้าวไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ได้กล่าวตอนหนึ่งในการแถลงข่าวความร่วมมือในการส่งเสริมและพัฒนานวัตกรรมในอุตสาหกรรมข้าวและการจัดประกวดรางวัลนวัตกรรมข้าวไทยเฉลิมพระเกียรติ เมื่อ 7 สิงหาคม 2553 ว่า

                  “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำรัส เกี่ยวกับข้าวว่าคนไทยต้องมีจิตสำนึกเรื่องข้าว และนำข้าวไปใช้ให้เกิดประโยชน์ และทำอย่างไรจึงจะช่วยปกป้องข้าวไทยได้ เพราะสิ่งที่เป็นห่วงขณะนี้คือ เรื่องจิตสำนึกของผู้บริโภคข้าวที่ลดลงไป เน้นการบริโภคเลียนแบบต่างชาติ ที่กินเร็ว กินด่วน หรือบริโภคข้าวก็เพียงเพื่อให้อิ่มเท่านั้น โดยไม่ได้คำนึงว่า ข้าว คือ จิตวิญญาณ ที่ผ่านกระบวนการผลิต มาจากการลงแรงของชาวนา กลิ่นของข้าวถือว่าหอมที่สุด และหอมแบบธรรม”

ดร.สุเมธได้กล่าวด้วยว่า “ผมเคยทูลถามพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ว่า ทรงโปรดอะไรมากที่สุด
 พระองค์ตรัสว่า ข้าว เพราะมีกลิ่นหอม และตรัสด้วยว่า ถ้ารับประทานข้าวขอให้นึกถึงชาวนาด้วย เพราะถ้าไม่มีชาวนา เราก็ไม่มีข้าวกิน”

โครงการส่งเสริมการปลูกข้าวหอมมะลิปี 2556/57 ซึ่งเป็นโครงการนำร่อง ของ บริษัท ข้าว ซี.พี.จำกัด เพื่อสนับสนุนการปลูกข้าวหอมมะลิในพื้นที่ 4 จังหวัดของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คือส่วนหนึ่งในการสนองพระราชดำริโดยตรง  โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อสนับสนุนให้การปลูกข้าวของชาวนาไทยยั่งยืน พร้อมกันนี้เราได้ถ่ายทอดตำนานความเป็นมาของข้าวหอมมะลิไทยซึ่งถือเป็นหนึ่งในผลผลิตทางการเกษตรที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาติ  เพื่อให้ประชาชนได้รับรู้โดยทั่วกันถึงความสามารถของคนไทยในการพัฒนาพันธุ์ข้าวที่ได้รับการยกย่องว่า  ดีที่สุดในโลก
 

เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะมีส่วนช่วยให้พี่น้องชาวนามีชีวิตที่ดีเพื่อที่จะได้สืบทอดจิตวิญญาณข้าวอย่างยั่งยืน
สมดังพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

 
 

ความร่วมมือที่ยั่งยืนร่วมกัน

                  หนึ่งในปัญหาที่ภาคเกษตรของไทยต้องเผชิญตลอดมาก็คือการตลาด  เป็นปัญหาที่ยากจะแก้ให้ตก   ในขณะเดียวกันภาคอุตสาหกรรมการเกษตรเองก็ต้องประสบกับปัญหาความไม่คงที่ของผลผลิต  ทั้งในด้านของปริมาณซึ่งไม่คงที่และคุณภาพที่ไม่แน่นอน

                  บริษัท ข้าว ซี.พี. จำกัดได้ตระหนักถึงปัญหานี้จึงได้จัดทำโครงการส่งเสริมการปลูกข้าวหอมมะลิ ปี 2556/57 ขึ้นในพื้นที่ 4 จังหวัดของภาคอีสานซึ่งเป็นแหล่งปลูกข้าวหอมมะลิคุณภาพดีของประเทศขึ้น   โดยตั้งใจจะให้เป็นโครงการความร่วมมือที่สามารถสร้างความยั่งยืนร่วมกันระหว่างชาวนาผู้ปลูกข้าวหอมมะลิและบริษัทในฐานะผู้ค้าข้าวรายใหญ่ของประเทศ

                  คุณสุเมธ เหล่าโมราพร ประธานคณะผู้บริหาร กลุ่มธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ (ธุรกิจข้าว และอาหาร) เครือเจริญโภคภัณฑ์   เปิดเผยถึงความเป็นมาของโครงการนำร่องนี้ว่า   “ในฐานะผู้ผลิตและจำหน่ายข้าวสาร   เราเองก็ต้องการที่จะมีแหล่งผลิตข้าวที่มั่นใจในคุณภาพของวัตถุดิบ   เพราะเราจำเป็นต้องรักษามาตรฐานของข้าวตราฉัตร  ขณะเดียวกันเราก็ตระหนักถึงปัญหาด้านการตลาดของเกษตรกรผู้ปลูกข้าว   เราจึงมีแนวคิดที่จะรวมเอาจุดเด่นของเกษตรในพื้นที่และความชำนาญของเราเข้าด้วยกัน  นับเป็นการทำธุรกิจที่เกื้อกูลกัน  โดยมีเป้าหมายที่ความยั่งยืน”

                  คุณสุเมธให้เหตุผลที่นำร่องในพื้นที่ 4 อำเภอของ 4 จังหวัดซึ่งประกอบด้วย อำเภอราศีไศล จังหวัดศรีสะเกษ  อำเภอม่วงสามสิบ จังหวัดอุบลราชธานี  อำเภอเสนางคนิคม จังหวัดอำนาจเจริญ และอำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธรว่า

                  “พื้นที่ ที่ทางบริษัทฯ ได้เข้าไปส่งเสริมเรื่องการปลูกข้าวหอมมะลิ ทั้ง  4 อำเภอ ใน 4 จังหวัดนี้ เป็นแหล่งปลูกข้าวหอมมะลิที่ได้คุณภาพดีอยู่แล้ว   แต่ความมั่นใจในการทำตลาดของเกษตรกรในกลุ่มนี้ยังต้องขึ้นอยู่กับกลไกของตลาด  ต้องอาศัยภาวะตลาดเป็นหลัก   การที่ทางบริษัทฯ เข้าไปส่งเสริมเกษตรกรในกลุ่มพื้นที่ตรงส่วนนี้ โดยการที่บริษัทฯรับซื้อวัตถุดิบที่เป็นข้าวเปลือกจากเกษตรกรที่ร่วมโครงการในราคาที่สูงกว่าท้องตลาด   หรือราคาเดียวกับโครงการรับจำนำข้าว   จะทำให้เกษตรกรมีความมั่นคงขึ้น ในทางการตลาด  และทำให้เกษตรกร มีความมั่นใจว่า บริษัทฯ มีความตั้งใจที่จะรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรแน่ๆ เพราะเกษตรกรมีตลาดรองรับผลผลิตข้าวเปลือกที่แน่นอนและเพื่อให้เกิดความยั่งยืน บริษัทฯ ก็จะดำเนินการอย่างต่อเนื่องในการส่งเสริมให้มีการปลูกข้าวหอมมะลิ  เพื่อให้เกิดความเป็นเอกลักษณ์ของข้าวแต่ละพื้นที่   ขณะเดียวกันก็จะเป็นการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างบริษัทฯกับเกษตรกรผู้ร่วมโครงการอย่างต่อเนื่อง อันจะทำให้เกษตรกรมีความมั่นใจในตลาดมากขึ้น” ในโครงการส่งเสริมการปลูกข้าวหอมมะลิฯนี้  บริษัท ข้าว ซี.พี.จำกัดยังได้จัดทีมงานลงพื้นที่เพื่อให้การคำแนะนำในการปลูกข้าวกับเกษตรกรผู้ร่วมโครงการด้วย  โดยคุณสุเมธกล่าวถึงบทบาทของทีมงานผู้ชำนาญการว่า
 
                  “บริษัทฯ มีทีมงานวิชาการ ที่จะเข้าไปส่งเสริมการปลูกข้าวหอมมะลิ โดยไปให้คำแนะนำ กับเกษตรกร เริ่มตั้งแต่ การใช้เมล็ดพันธุ์ที่ดี จากกรมการข้าว (ซึ่งเป็นเมล็ดพันธุ์ที่มีคุณภาพ) ทีมงานของเราจะเข้าไปให้คำแนะนำกับเกษตรกรเพื่อให้เปลี่ยนมาใช้เมล็ดพันธุ์ที่มีคุณภาพของกรมการข้าว  มีนักวิชาการคอยให้คำแนะนำ การใช้ปุ๋ยในสัดส่วนที่เหมาะสมว่าควรจะเป็นอย่างไร ใช้ในระยะเวลาไหนที่จะส่งผลต่อคุณภาพข้าวดีที่สุด ใช้ปุ๋ยสูตรอะไร  ซึ่งจากการใช้เมล็ดพันธุ์ที่ดี ใช้ปุ๋ยที่ดี ตามระยะเวลาที่เหมาะสม รวมถึงการจัดการพื้นนา ในส่วนของวัชพืช การควบคุมวัชพืช, การควบคุมน้ำในแปลงนา ให้มีความเหมาะสม จะทำให้ได้ข้าวหอมมะลิที่มีคุณภาพดีขึ้น   โดยเราคิดว่าจะช่วยเพิ่มผลผลิตได้ราว 10-20%”

                  คุณสุเมธกล่าวด้วยว่า “ทุกกระบวนการส่งเสริมฯ ของทางบริษัทฯ สุดท้ายจะสะท้อนไปที่คุณภาพของข้าว อาทิ กลิ่นหอม, มีเปอร์เซ็นต์ข้าวเต็มเมล็ดที่สมบูรณ์  ข้าวที่เกษตรกรทั่วไปปลูกทั่วไปจะได้ข้าวเปลือกประมาณ 320-330 กิโลกรัม/ไร่  แต่จากการส่งเสริมของบริษัทฯ เราคาดว่า จะได้ผลผลิตถึง 380 กิโลกรัม/ไร่  ซึ่งทางบริษัทฯ จะรับซื้อข้าวเปลือกทั้งหมดจากทุกไร่ของเกษตรกร ที่ร่วมโครงการส่งเสริม  เพื่อนำมาแปรรูปเป็นข้าวสารบรรจุถุงของบริษัทฯ” 
ในส่วนของรายละเอียดการส่งเสริม คุณสุเมธเปิดเผยว่า “ทางบริษัทฯมีเงื่อนไขกับเกษตรกรว่า เราจะจัดหาเมล็ดพันธุ์ ซึ่งเป็นแม่พันธุ์จากกรมการข้าวมาให้เกษตรกรที่เป็นสมาชิกกับทางบริษัทฯ    ในเรื่องของ ปุ๋ยทางบริษัทฯ ก็ได้ประสานกับ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธกส.) เพื่อให้เครดิตกับเกษตรกรเป็นสินเชื่อเรื่องปุ๋ยที่เป็นปัจจัยในการผลิต และเมื่อเกษตรกรขายวัตถุดิบให้กับทางบริษัทฯ เกษตรกรก็นำเงินไปชำระคืนให้กับทาง ธกส. อันจะเป็นการเปิดโอกาสให้ชาวบ้านใช้ปุ๋ยตามคำแนะนำของบริษัทฯได้  ซึ่งที่ผ่านมาบางทีเกษตรกรอาจจะมีปัญหาเรื่องเงินทุนทำให้ละเลยในเรื่องของการใส่ปุ๋ย  ทำให้ได้ผลผลิตไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย
                  นอกจากนี้ทางบริษัทฯ ก็จะให้คำแนะนำกับเกษตรกรในเรื่องของการเก็บเกี่ยว ว่าการเก็บเกี่ยวที่เหมาะสม ควรจะเป็นช่วงที่ข้าวอยู่ระยะหลังออกดอก ประมาณ 25-30 วัน ซึ่งเป็นช่วงที่เหมาะสมที่สุด ที่จะทำให้ข้าวมีเปอร์เซ็นต์ต้นข้าวดี   และเมื่อได้ข้าวคุณภาพดี เกษตรกรก็จะสามารถขายข้าวได้ในราคาที่สูงขึ้น   ตรงนี้นับเป็นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของเกษตรกรพอสมควร  เพราะจะแตกต่างจากวิธีที่เกษตรกรเคยปฏิบัติกันอยู่แล้วส่วนหนึ่ง  ที่เราเข้าไปให้คำแนะนำในส่วนนี้ก็เพื่อไปจัดระเบียบ ให้ถูกต้องตาม ลักษณะที่ควรจะปลูกข้าวหอมมะลิ  อันจะเป็นประโยชน์ที่ยั่งยืนต่อเกษตรกรโดยตรงเพราะนี่คือความรู้ผ่านการค้นคว้าวิจัยและทดลองจนได้ผลมาแล้ว  เกษตรกรสามารถที่จะนำไปใช้ได้ตลอดไป”
                  ในส่วนของผู้บริโภคจะได้ประโยชน์อย่างไรต่อโครงการนี้  คุณสุเมธกล่าวว่า “โดยข้อเท็จจริงแล้วข้าวหอมมะลิในประเทศไทยมีเยอะ   แต่ว่าข้าวหอมมะลิแต่ละแหล่งก็มีคุณลักษณะและคุณภาพที่แตกต่างกันไปตามแต่ละพื้นที่  การที่เราไปส่งเสริมใน 4 อำเภอ 4 จังหวัดนี้เพราะเป็นแหล่งที่ผลิตข้าวหอมมะลิได้คุณภาพที่ดี  สิ่งที่ผู้บริโภคจะได้ ก็คือ ข้าวที่รู้ที่มาของแหล่งผลิต ชัดเจน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่บริษัทฯ เข้าไปส่งเสริมและรับซื้อคืนมา  เพื่อที่จะนำมาทำเป็นข้าวถุงจำหน่าย  ผู้บริโภคจะรู้แหล่งที่มาของข้าวแต่ละถุงว่ามาจากอำเภอไหน จังหวัดไหน  แปลงนาของเกษตรกรรายใด  ปลูกเมื่อไหร่ ปลูกด้วยวิธีการใด  เพราะทั้งหมดนี้อยู่ในการกำกับดูแลของบริษัทฯทุกขั้นตอน  ตั้งแต่การจัดเตรียมแปลงนาจนถึงการสีและบรรจุถุงเพื่อส่งถึงมือผู้บริโภค”

                  คุณสุเมธกล่าวในตอนท้ายว่า “นี่คือการเกื้อกูลกันเพื่อให้เกิดความยั่งยืนทั้ง 3 ฝ่าย คือ เกษตรกรผู้ปลูกข้าวจะมีความมั่นคงในอาชีพของตน   เราในฐานะผู้ผลิตและจำหน่ายข้าวถุงก็จะมีความมั่นใจในคุณภาพของวัตถุดิบที่ได้รับ  ขณะเดียวกันประชาชนผู้บริโภคก็จะมีความมั่นใจในคุณภาพของข้าวที่ซื้อไปบริโภค  เพราะรู้กระบวนการผลิตและแหล่งที่มาชัดเจน รับประกันความปลอดภัยของข้าวซึ่งเป็นอาหารหลักที่คนไทยนิยมบริโภค  ถือเป็นความยั่งยืนที่จะได้รับร่วมกัน”

มีการประกวดบทความชิงโล่พระราชทานด้วยน่ะจ๊ะ
ตามลิงค์นี้เลยจ้า!! https://khaotrachat.com/TH/news/53

ต้นกำเนิด ข้าวขาวดอกมะลิ 105

 สิ่งที่เรายึดมั่นสูงสุดเหนือจากความสำเร็จก็คือ ความตั้งใจที่จะช่วยเกษตรกรไทย มีชีวิตที่ดีกว่าและมีอนาคตที่มั่นคงและยั่งยืน และนี่คือภารกิจที่ท้าทายที่เราจะต้องทำให้สำเร็จในที่สุดสมดังคำที่ว่า ข้าวคือชีวิต

ติดต่อเรา

  อาคารเอไอเอ แคปปิตอลเซ็นเตอร์ ชั้น28
 csm@cptrading.co.th
 +66 (0) 2646 - 7200
   โทรสาร+66 (0) 2764 - 7392